สมัครตัวแทน คลิกเลยค่ะ

มาเป็นครอบครัวแอลบี 18 เอธธีน กันสิคะ 18 เอธธีน อาหารผิวอมชมพูกระจ่างใส แอลบี1 ล้างลำไส้ ขจัดสารพิษในร่างกาย แอลบี9 ลดความอ้วน หุ่นดีเป๊ะ

สมัครตัวแทน คลิกเลยค่ะ

ลดน้ำหนัก ปู ไปรยา ดีท้อกซ์ บล๊อก เบริ์น ลด ปลอดภัย เปิดรับตัวแทนรุ่นแรก ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง · ตัวใหม่ ไฉไลกว่าเดิม · เปิดจองสิทธิ์เพียง 300บาท ทักมาค่ะ

Thursday, August 31, 2017

10 วิธีคิดที่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนต้องฟัง


วันนี้ผมมีข้อคิดจากนักธุรกิจผู้ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 มาฝากทุกคน พวกเขาทั้งสิบจะมาตอบคำถามว่า “ทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ” ในแบบที่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนยังต้องตั้งใจฟัง!!
มาดูกันครับว่าอะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขา



1. อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ
.
Caleb Maddix ไม่ใช่เด็กอายุ 14 ในแบบที่คุณรู้จัก เขาเคยให้สัมภาษณ์อย่างหน้าตาเฉยกับฟอร์บส์ว่า “ผมไม่อยากเป็นคนอายุ 20 ที่กำลังหางานทำ แต่อยากเป็นคนให้งานคนอื่นทำ!! และเป็นมหาเศรษฐีตอนอายุ 30”
.
ในฐานะ CEO ของ Kids 4 Success เขาทำงานร่วมกับผู้มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจมากมาย แต่บทเรียนที่ดีที่สุดของเขาไม่ได้ได้มาจากคนเหล่านี้เลย เขาได้มาจากการคุยกับยามที่เขาเจอที่โรงแรม
.
“ผมจบการสนทนากับเขาด้วยคำถามที่ผมใช้ประจำนั่นคือการขอคำแนะนำดีๆ” เขาบอกว่า
.
“อย่าเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยเลย เพราะทุกเรื่องเป็นเรื่องเล็กน้อยได้ทั้งนั้น”
.
“การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมเห็นหลายคนหัวเสียเวลาเจอปัญหานู่นนี่ ผมเองก็เช่นกัน ผมก็ย้อนกลับมานึกทุกที ถ้ามันเป็นเรื่องเล็ก ผมจะรีบผ่านๆมันไป”


2. ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ
.
Rachel Ji ผู้ก่อตั้งบริษัทเสื้อผ้าในนิวซีแลนด์ YOUTHXCO ด้วยวัยเพียง 16 ปี เธอเจอประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีมาแล้วในโลกธุรกิจ
พ่อแม่ของเธอเป็นผู้อพยพกลุ่มแรกๆในนิวซีแลนด์ พ่อของเธอต้องทำงานพิเศษล้างจานหาเงินเลี้ยงครอบครัวในขณะที่เรียนอยู่ เรื่องนี้สอนเธออยู่ 2 สิ่ง
.
ข้อแรก อุปสรรคไม่ใช่ข้ออ้าง แต่คืออะไรที่บอกให้คุณพยายามมากขึ้น
.
ข้อสอง มันก็โอเคถ้าคุณจะล้มเหลว
“พ่อกับแม่ทำงานหนักและเปิดโอกาสให้ฉันล้มเหลวให้เป็น การเป็นวัยรุ่นที่มีพ่อกับแม่อยู่เบื้อหลัง ข้อดีคือ เราไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้ในความรับผิดชอบ และการล้มเหลวเหล่านั้นทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะไม่ผิดพลาดอีก”


3. ชีวิตนั้นสั้นนัก 
.
Will Hewitt ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหุ่นยนต์ Thnkbot ในปี 2015 ด้วยวัยเพียง 16 ปี
อะไรเป็นแรงผลักดันของเขา?
.
“ถ้าจะมีอะไรซักอย่าง สิ่งนั้นก็คือ ความทะยานอยาก มันเป็นกุญแจของทุกสิ่ง คนเรามีเวลาจำกัด 80 90 หรืออาจจะถึงร้อยปีในการทำสิ่งที่ทำให้คุณเป็นที่จดจำ”
.
“ผมถูกสอนให้ถามตัวเองทุกวันว่า นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้ผู้คนจดจำผมใช่มั้ย? ถ้าคำตอบคือไม่ ผมว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่างแล้ว”
.
เลี้ยงลูกของคุณภายใต้การตระหนักถึงความตาย อาจจะฟังดูแล้วน่ากลัวครับ แต่ด้วยเวลาอันจำกัด กับการสำรวจและตั้งคำถามกับตัวเอง จะทำให้เราไม่เสียเวลาหลงทางมากจนเกินไป


4. ประสบการณ์คือยอดครู
.
ด้วยเงินติดตัวเพียง 500 ดอลลาร์ กับลูกน้อยวัย 6 เดือน พ่อแม่ของ Shreyas Parab ตัดสินใจย้ายมาอนาคตที่ดีกว่าที่สหรัฐอเมริกา
Shreyas Parab ในวัย 16 ปี CEO ของบริษัท NovelTie ที่เขาเองเป็นผู้ก่อตั้งขณะที่มีอายุเพียง 14 ปี และหลังจากสร้างได้เกือบ 20,000 เหรียญ เขาก็เริ่มธุรกิจที่ 2 ของตัวเอง
อะไรเป็นแรงผลักดันของเขา?
.
“สิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อแม่ให้ผม คือการที่พวกเขาไม่ได้ทำทุกอย่างให้ แต่จะล่วงหน้าไปก่อน ให้ผมไล่ตาม พวกเขาอยากให้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผิดพลาดเองและผ่านมันไปให้ได้ สิ่งเหล่านั้น เรียกว่า ‘ประสบการณ์’ ”
.
“บทเรียนบางทีก็ไม่ได้มาจากสิ่งที่พ่อแม่ทำ แต่มาจากการที่พ่อแม่ไม่ทำต่างหาก”


5. ห้ามใจไม่ให้ “ห้าม”
.
ด้วยวัย 17 Connor Blakley ฝากข้อคิดแบบ คน Gen Z ถึงคน Gen Z
“พ่อแม่ของผมมีส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของผม แต่พวกเขาไม่ได้บอกผมให้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่เคยบอกให้ผม ‘หยุด!’ ไม่ว่าผมจะทำอะไร แม้ว่าผมจะเจอปัญหามากมาย ผมสามารถทำให้พวกเขาเห็นว่า ผมทำได้”
.
มันไม่ง่ายที่จะปล่อยให้ลูกๆของคุณเดินทางสายธุรกิจ ในขณะที่เราเฝ้าดูอยู่ แล้วจะฝืนใจไม่ห้ามในสิ่งที่เราเห็นว่าไม่ดี แต่นั่นแหละ ปล่อยให้พวกเขาได้เรียนรู้


6. อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง
.
Benjamin Stern อายุ 17 ปี CEO และผู้ก่อตั้ง Nohbo กล่าวว่า
“พ่อแม่ดูเหมือนว่าจะเสพติดการไม่อยู่กับที่ แม้ว่ามันจะทำให้เราลำบาก แต่พวกเขากำลังสอนให้ผมเรียนรู้ที่จะปรับตัวกับสิ่งใหม่ๆที่ต้องเจอ มันยากเหมือนกัน แต่นั่นทำให้เราเจอตัวเองง่ายขึ้น เพราะเรากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่เราเองกลัว สิ่งที่เรียกว่า ‘การเปลี่ยนแปลง’”


7. ชีวิตนั้นยิ่งใหญ่
.
ตอนพวกเขาอายุ 12 คู่แฝด Yashraj และ Yuvraj Bhardwaj ถูกคุณครูไล่ออกนอกห้องเรียน เพราะทั้งคู่สงสัยและตั้งคำถามไปไกลเกินกว่าหลักสูตรที่พวกเขาเรียนอยู่
.
ห้าปีต่อมา คู่แฝดเขียนงานวิจัย 22 ชิ้น จดสิทธิบัตรแอพพลิเคชัน 7 ชิ้น ขึ้นพูดบนเวที TEDx TALK ที่เดลี และได้รับรางวัลจากสหประชาชาติ
Yashraj กล่าวว่า “พ่อแม่เคยบอกเราว่าชีวิตนั้นยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา ชีวิตที่แท้จริง ที่เติมเต็ม ที่มีความหมาย คือการมีความสุขที่ได้ทำเพื่อผู้อื่น พ่อแม่สนับสนุนให้พวกเราสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆในการแก้ปัญหาเพื่อผู้อื่น เราสามารถอยู่ยงไปตลอดกาลได้ หากเราช่วยเหลือโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว”
.
ความเห็นแก่ตัวเป็นสิ่งติดตัวมนุษย์ สิ่งเติมเต็มเหล่านั้นมาจากการรู้จักเสียสละ ให้ลูกๆของคุณได้ลิ้มรสแห่งการเติมเต็มตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งนี้จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต


8. การกระทำพิสูจน์คำพูด
.
James Corneille เจ้าของธุรกิจเทคโนโลยีและผู้ก่อตั้ง Positivity Pack ชาวไอริช
“การได้เห็นพ่อกับแม่ทำตามความฝันของพวกท่านนั่นคือการช่วยเหลือผู้คน สิ่งเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผม ผมรู้ดีว่าผมจะมีความสุขถ้าได้ทำแบบนี้”
.
“เมื่อผมยังเด็ก พวกท่านมักพูดว่า ‘ทำตามความฝัน’ หรือ ‘ทำในสิ่งที่รัก’ คำแนะนำเหล่านี้เชยและไม่เกิดผลใดๆทั้งนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งผมเห็นพลังของมัน มันเป็นมากกว่าคำพูด ผมเห็นการลงมือทำจริงๆ
.
พูดง่ายๆก็คือ หากคุณอยากจะปลูกฝังอะไรในตัวลูก คุณก็ต้องทำให้ดู ทำให้มันเกิดขึ้นจริง”


9. พยายามจึงสำเร็จ
.
ด้วยว่า Marc Guberti เป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมกับโรคภัยที่แทรกซ้อน ทำให้แม่ของเขาต้องลาออกจากงาน หันมาศึกษาด้านอาหารและเคมี จนกลายมาเป็นนักโภชนาการเวชภัณฑ์
.
“ความพยายามของแม่ทำให้ผมเห็นชัดว่า หากคุณตั้งใจที่จะทำสิ่งต่างๆ จะไม่มีสิ่งใดที่คุณทำไม่ได้”
.
หลังจากฟื้นตัว ปัจจุบันมาร์คเป็นนักเขียน บล็อกเกอร์ และเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ


10. ต่อสู้และฟาดฟัน 
.
พบกับคนอายุมากที่สุดของเรา Ulyses Osuna ในวัย 19 ปี
“พ่อแม่ของผมไม่ได้บอกอะไรกับผบแบบ ‘ลูกทำได้’ ‘ทำให้เต็มที่’ ‘ทำสิ่งที่อยากทำ’ แต่เขาบอกว่า ‘โลกข้างนอกนั่นโหดร้าย หากลูกจะทำสิ่งใดก็ขอให้พยายามให้มาก เพราะมีไม่กี่คนนักที่จะทำได้’ พวกเขาสอนความเป็นจริงให้ผมความเป็นจริงในแบบที่ธุรกิจควรจะเป็น ตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมเผชิญกับการต่อสู้ จนมันกลายเป็นธรรมชาติของผมไปแล้ว”
.
เป็นอย่างไรบ้างครับ หลายๆข้อนั้นไม่น่าเชื่อเลยว่ามาจากความคิดของเด็กอายุเพียง 10 กว่าปีเท่านั้น นั่นแหละครับพวกเขาถึงไม่เหมือนคนอื่น จะเห็นได้ว่า มีปัจจัยหลักๆอยู่ 2 อย่างที่เป็นกุญแจของความสำเร็จ
.
ข้อแรก การเผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริง ซึ่งมักจะโหดร้าย เต็มไปด้วย ความล้มเหลว ความกดดัน ความผิดหวัง สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น
.
ข้อสอง การมีที่ปรึกษาที่ดี มีคำสอนที่ดี อาจจะมาจากพ่อแม่ จากการเลี้ยงดู จากการกระทำที่เป็นแบบอย่าง หรืออาจจะมาจากใครก็ได้ ขอเพียงคุณสังเกตและนำมาปรับใช้ เริ่มต้นสอนเด็กๆเสียตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าย่อมมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ


Wednesday, August 30, 2017

ธุรกิจสำเร็จได้ ง่ายกว่าล้างจาน



“ธุรกิจสำเร็จได้ ง่ายกว่าล้างจาน”
.
ไม่ว่าในมือของคุณจะถือตำราธุรกิจชั้นเซียนเล่มไหนอยู่
ขว้างมันทิ้งไปซะ!! จากนั้นเดินไปในครัว
ครับฟังไม่ผิดหรอกครับ เข้าครัว
ตรงไปที่อ่างล้างจาน คว้าฟองน้ำมาล้างจานเดี๋ยวนี้เลย
เห็นจานที่สะอาดขึ้นมั้ยครับ
.
ยินดีด้วย คุณได้เรียนรู้หลักการทำธุรกิจแล้ว!
.
คนเรามักล้างจานอย่างเร่งรีบให้เสร็จๆไป เหม่อลอย ดูทีวี เม้ามอยไปพลาง
“การล้างจาน” เป็นสิ่งที่เราเห็นว่าไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษอะไร ใครก็ทำได้
ถ้าจะก่อให้เกิดรายได้ก็คงเพียงน้อยนิด จริงมั้ยครับ
.
แต่การล้างจานนี่แหละครับ ทำให้ผมตกผลึกทางความคิด
และล่วงรู้ถึงความลับที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
ความเรียบง่ายอันเป็นเป็นสุดยอดครู และนำมาซึ่งสิ่งยิ่งใหญ่เสมอ
.
.
5 ข้อคิดที่ได้จากการล้างจาน มาดูกันครับ
#ข้อแรก
#ตั้งใจล้าง
.
เชื่อว่าหลายคนเป็นแบบผม มือน่ะหรือก็ล้างวนไป
แต่ใจนี่หลุดไปไหนต่อไหน เวลาเราปล่อยใจลอยไปโดยไม่ควบคุมเนี่ย
เราจะเห็นว่ามันแย่เกือบทุกครั้ง มารู้ตัวก็ตอนเจอเศษอาหารแห้ง
ติดจานเวลาหยิบมาใช้ทุกที
.
ในทางธุรกิจเราก็จะได้รับผลแบบเดียวกัน เวลาเราไม่ focus กับงาน
เราจะเสนอขายแยมเป็นสิบๆ รสชาติให้ลูกค้าที่ต้องการแค่รสเดียว
หรือเราจะขายของ ราคาถูก handmade และหรูหรา ไปพร้อมๆกันจริงหรือครับ เราจะทำธุรกิจออนไลน์ด้วย 10 ช่องทางแบบงงๆ หรือเราโฟกัสให้คนซัก 60,000 ฟอลโลว์เราในอินสตาแกรมอย่างเดียว
.
อย่างไหนดีกว่ากัน
.
บริษัทขายเครื่องนอน Casper มุ่งพัฒนาสินค้าคือ ฟูก
ที่มีคุณภาพเพียงอย่างเดียวมากกว่าที่จะขายของอื่นๆไปพร้อมกัน
และพวกเขาประสบความสำเร็จจนได้รางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมในปี 2015
.
.
#ข้อสอง
#อย่าปล่อยให้จานกองพะเนินเทินทึก
.
สมัยเรียนผมมีรูมเมทสามคน หนึ่งในนั้นไม่เคยล้างจานของตัวเองเลย
เพราะรู้ดีว่าสองคนที่เหลือจะจัดการให้ จนวันหนึ่งพวกเราต้องทำอะไรซักอย่างเพราะอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป ผลเป็นยังไงน่ะหรือครับ
ผ่านไปเจ็ดวันจานก็ขึ้นราส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนไปทั่ว!!
.
กับธุรกิจก็เหมือนกัน
เรามักจะละเลยการทำบัญชีรายรับรายจ่ายอันแสนน่าเบื่อ
ผ่านไปหลายเดือนเข้า คุณอาจจะไปเห็นปัญหาตอนที่ธนาคารเล่นงานคุณ
.
Jake Zahradnik ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจักรยานชั้นนำ FABIKE
ก็ทำตามกฎข้อนี้ครับ เขาใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เพื่อ “ล้าง”งานเอกสารอันน่าเบื่อทั้งหลาย
.
.
#ข้อสาม
#ใส่อาหารเท่าที่จานรับไหว
.
ผมมีเคยเพื่อนคนหนึ่งทำงานล้างจานในร้านอาหาร
สิ่งที่เขาจะต้องเจอคือ ในทุกๆมื้อใหญ่ ผู้คนจะใส่ทุกอย่างลงบนจานจนล้น
สิ่งที่ตามมาคือ อาหารกว่าครึ่งถูกเททิ้ง เป็นทรัพยากรที่เสียไปโดยใช่เหตุมากๆ
.
ในแวดวงธุรกิจ การทำงานอย่างหนักเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
มีผู้ประกอบการที่ไม่เคยหยุดงานเลยตลอดสองปี ก็ได้รับแต่ความชื่นชม
ธุรกิจจะโตได้ต้องทำงานหนัก แต่ไม่ใช่หนักขนาดนั้น
การพักผ่อนของตัวคุณเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
.
ตักอาหารเท่าที่จานและคุณรับไหวเถอะครับ นั่นน่ะดีที่สุดแล้ว
.
.
#ข้อสี่
#สนุกกับมัน
.
ติช นัท ฮันห์ พระนิกายเซน กล่าวว่า “หากขณะล้างจานคุณเอาแต่คิดถึง
การนั่งจิบชาที่จะตามมาจนรีบล้างให้เสร็จ นั่นแปลว่าคุณไม่มีความสามารถ
ในการมีชีวิต อย่างน้อยก็ในขณะล้างจาน” ฟังดูโหดร้ายแต่ก็จริงใช่มั้ยครับ
.
การจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ย่อมทำให้คุณมีความสามารถที่จะทำมันให้ดี ไม่ใช่แค่เสร็จ แม้ว่ามันจะมีความยากลำบากก็ตาม
ความสำเร็จที่ตามมามันก็ขึ้นกับงานของคุณตรงหน้า ตอนนี้ไงครับ
.
.
#ข้อสุดท้าย
#จานจะแห้งต้องใช้เวลา
.
“ความอดทน ความเพียรและหยาดเหงื่อ นำมาซึ่งความสำเร็จ”
– นโปเลียน ฮิลล์
.
มันมีความต่างกันครับ ระหว่างการเช็ดจานให้แห้งด้วยผ้า
กับปล่อยให้น้ำระเหยไปเอง
.
การรอเพื่อที่จะดูบางอย่างให้ปรากฏจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
มากกว่าที่คุณจะด่วนตัดสินอะไรตั้งแต่แรก ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้
เมื่อคุณหย่อนเมล็ดลงดินไปแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ดูแล บำรุงรักษา
และรอ สิ่งมหัศจรรย์กำลังเกิดขึ้นในไม่ช้าครับ
.
.
เป็นไงบ้างครับ ปรัชญาในการทำธุรกิจชั้นเซียนที่ได้จากการล้างจาน
ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา!
เพราะการเรียนรู้จากสิ่งธรรมดารอบข้าง ก็ทำให้คุณสำเร็จได้
Thank you : success.com

Tuesday, August 29, 2017

#กับดับของความเคยชิน


#บทความนี้ดีมากอยากให้ทุกคนได้อ่าน
#กับดับของความเคยชิน
"ความมืดทำให้คุณมองไม่เห็น
แต่ความมืดที่นานขึ้นทำให้คุณมองเห็นมากขึ้น"
.
เมื่อเราปิดไฟเราจะมองไม่เห็น
แต่พอซักพักรูม่านตาเราขยาย
ทำให้มองเห็นในความมืดได้มากขึ้น
เป็นการปรับตัวตามธรรมชาติของมนุษย์
และเป็นการปรับตัวที่อยู่เหนือการควบคุม
เพราะเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ (Automatic Nervous System) ประเภท sympathetic
.
ระบบประสาทของมนุษย์มีหลายหน้าที่ หลายฟังก์ชันมากๆ แต่ประเด็นที่จะพูดถึงวันนี้ คือเรื่องของการปรับสภาพร่างกายให้เกิด "ความเคยชิน" โดยอัตโนมัติเพื่อทั้งลดความเจ็บปวดของร่างกายและลดการทำงานของสมอง เช่น
.
เราได้กลิ่นเหม็นจากรถขยะที่อยู่ๆมาจอดหน้าบ้าน
ถ้ารถคันนี้จอดนานขึ้น เราจะรู้สึกเหม็นน้อยลง
ไม่ใช่เพราะรถเหม็นน้อยลง
แต่เพราะสมองปรับให้จมูก "เคยชิน" กลิ่นมากขึ้น
.
เราไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า
เราจะหิวมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง
เราจะหิวลดลง ไม่ใช่เพราะเราไม่หิวหรือไม่ต้องการอาหารแล้ว แต่เพราะสมองปรับให้เรา "เคยชิน" ความหิวมากขึ้น
.
เราอยู่ๆเข้าไปในผับตอนตีหนึ่งช่วงกำลังพีค
เพลงดังจนฟังแทบไม่ไหว ขี้หูสะเทือนเต้นระบำไปทั้งหู
แต่พอไปซักพัก เราจะรู้สึกไม่ได้ดังอะไร
ไม่ใช่เพราะเพลงเบาลง แต่เพราะเรา "เคยชิน" มากขึ้น
.
แม้กระทั่งเราปวดฉี่มากๆๆๆ
ถ้ายังไม่ได้ฉี่ เราจะปวดน้อยลงจนหายปวด
(รอปวด loop ใหม่) ก็สามารถอธิบายด้วย logic นี้เช่นกัน
.
ประเด็นที่ผมกำลังจะบอกคือ
"ความเคยชิน" คือสิ่งที่เป็นดาบสองคม
คมที่ดี คือช่วยให้เราเจ็บปวดน้อยลง ปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีขึ้น หากไม่มีความเคยชินนี้ เราคงเหม็นกลิ่นสกปรกกันตลอด เราคงหิวกันทั้งวันจนไม่เป็นอันทำอะไร เราคงหูสะเทือนตลอดเวลาที่เข้าผับ และเราจะปวดฉี่จนทำอะไรไม่ได้ในเวลาไม่ได้เข้าห้องน้ำ และอีกมายมายในชีวิตที่เราต้องขอบคุณสมองที่ช่วยสร้าง "ความเคยชิน" ให้เกิดขึ้นในชีวิต!
.
แต่ในอีกนัยหนึ่ง...
"ความเคยชิน" คือศัตรูตัวฉกาจเลเวลสูงสุด
ที่ขัดขวางการพัฒนาตัวเองของมนุษย์
.
คุณเคยเจอบางเรื่อง บางคนหรือบางสถานการณ์ที่ไม่ดีในชีวิตคุณไหมครับ ตอนแรกมันแย่มาก คุณรู้สึกแย่มากๆๆ แต่ซักพักพอเวลาผ่านไป คุณรู้สึกดีขึ้น ไม่แย่เหมือนก่อน ไม่ใช่เพราะสถานการณ์มันดีขึ้นนะครับ แต่เพราะคุณ "เคยชิน" มากขึ้นต่างหาก
.
คุณอาจเคยได้ยินว่า "กาลเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง"
จริงๆถูกครึ่งเดียว เวลาไม่ได้ช่วยอะไร
แต่การที่เวลาผ่านไป ช่วยมีเวลาให้เรา "เคยชิน" มากขึ้นต่างหาก!
.
"#กับดักของความเคยชิน"
เป็นกับดักสำคัญ ที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้ชีวิตเราก้าวขึ้นไปข้างหน้า เพราะมัน 'ชิน' ละไง มันโอเคแล้ว ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว
.
"อย่ายอมรับเรื่องแย่ๆ
ให้กลายมาเป็นแค่เรื่องปกติใน comfort zone"
คุณเคยชินกับมันเมื่อไหร่ เหมือนต่อลมหายใจให้มันจะอยู่กับคุณไปตลอดและแถมอยู่ไปนานๆมันจะไปพาเพื่อนมาเพิ่มอีก คือไปนำพาเรื่องแย่ๆเรื่องอื่นเข้ามาในชีวิตคุณอีกไม่รู้จบ!
.
คำถามที่ผมอยากถามเพื่อให้คุณถามตัวเองต่อ
"ว่าชีวิตทุกวันนี้ มันดีแล้วจริงๆๆหรอ"
มันดีจริงๆๆๆ หรือมันแค่ชินไปแล้วจริงๆๆ
ถ้าคำตอบจากหัวใจของคุณมันดีแล้วจริงๆ
ผมยินดีด้วยครับ!
.
แต่ถ้าลึกๆแล้วมันไม่ใช่
เคยได้ยินไหมครับ
อุปสรรคของชีวิตที่ดีกว่า ไม่ใช่ชีวิตที่แย่นะครับ
แต่อุปสรรคของชีวิตที่ดีกว่า
คือชีวิตที่(คิด)ว่าดีที่อยู่แล้ว
.
เวลาเราฟังประวัติคนสำเร็จ
เรามักได้ยินว่าเขาเริ่มจากติดลบ
หรือทำอะไรบางอย่างแล้วล้มเหลวหนักมาก
จนสุดท้ายฟื้นตัวได้ เด้งเกินมาไกลจากจุดเดิม
ที่คนพวกนี้สำเร็จไดั เพราะเขาหลุดจาก
"กับดับของความเคยชิน" ไปโดยธรรมชาติ
เพราะมันแย่เกินกว่าจะชินได้ ยังไงเขาต้องถีบตัวเองให้หลุดจากจุดนั้นให้ได้แบบ whatever it takes
.
ถ้าวันนี้คุณพอใจกับชีวิตแล้ว
ผมยินดีด้วยที่คุณจะหยุดเท่านี้และใช้ชีวิต
แต่ถ้าวันนี้คุณยังไม่พอใจกับชีวิต
คุณยังมีอีกหลายความฝันที่ต้องพิชิต
.
อะไรก็ตามที่คุณปล่อยไว้ สิ่งนั้นจะขยายตัวเสมอ
ฉะนั้น จงอย่าติดกับดักของความเคยชินเป็นอันขาด
อย่ายอมให้เรื่องแย่ๆเป็นแค่เรื่องธรรมดา
จนปล่อยให้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบ่อยๆกลายเป็นเรื่องชินชา
.
จงกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลง เรียนรู้
เติบโตและพัฒนาตัวเองในทุกวัน
และซักวัน ไม่ช้าก็เร็ว...
ตราบได้ที่คุณลงมือทำแบบ whatever it takes
คุณจะได้ชีวิตที่ดีที่คุณต้องการ
.
#ชีวิตที่ดีไม่ได้เป็นของใครก็ได้
#ชีวิตที่ดีเป็นของคนที่คู่ควร
.
#ครูชัยMIB
#เห็นว่าดีโปรดช่วยแชร์

แนวทางการโฆษณาใน 4 ช่วงเวลาสำคัญแห่งเดือนตุลาคม


สมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) เปิดแนวทางการออกอากาศรายการทีวีช่วงเดือนตุลาคม โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลา ดังนี้

1 – 12 ตุลาคม 2560

แนวทางการออกอากาศในช่วงนี้จะเน้นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานีจะปรับระดับของสีลง 40%
ด้านลักษณะของเนื้อหารายการนั้น สามารถนำรายการปกติของสถานีมาออกอากาศได้ โดยให้ปฏิบัติตามประกาศ หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการกำกับเนื้อหารายการ ผังรายการ และการจัดระดับความเหมาะสมของรายการตามที่ กสทช. กำหนดโดยเคร่งครัด
รวมถึงสอดแทรกรายการพิเศษเกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
การโฆษณา สามารถโฆษณาได้ โดยให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้

13 – 24 ตุลาคม 2560

เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสวรรคต และการถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภาพและสีที่ในการออกอากาศของสถานีต่าง ๆ จึงให้ปรับระดับของสีลง 40% ส่วนเนื้อหารายการให้ออกอากาศรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป) สำหรับเด็ก (ด) รายการทั่วไป (ท) และสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป (น13) โดยไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย
โดยในช่วงนี้สามารถโฆษณาได้ โดยให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ (ไม่ควรมีเนื้อหาที่ตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย)

25 – 27 ตุลาคม 2560

สำหรับวันที่ 25 – 27 ตุลาคม ซึ่งเป็นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภาพและสีที่ใช้ในการออกอากาศรายการของสถานีให้ปรับระดับของสีลง 40% ยกเว้นการถ่ายทอดสดพระราชพิธีสามารถใช้โทนสีธรรมชาติได้
โดยในส่วนของการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีสำคัญ ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท)
ส่วนการออกอากาศรายการของสถานีนอกเหนือจากการเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจให้ออกอากาศเนื้อหาที่มีความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป) สำหรับเด็ก (ด) รายการทั่วไป (ท) มาออกอากาศได้โดยจะต้องไม่เป็นการแสดงถึงความบันเทิงใจ การเล่นเต้นรำทั้งปวง การสนุกรื่นเริง ล่อแหลม รุนแรง ตลอดจนแสดงถึงกริยาที่ไม่สำรวม แสดงอารมณ์เกินกว่าสมควร ซึ่งเกินกว่าความเหมาะสมภายใต้บริบทของความโศกเศร้าเสียใจของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ การโฆษณาขอให้งดเว้น และให้ขึ้นข้อความแสดงความไว้อาลัยแทน โดยให้ปรากฏชื่อของบริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน คณะบุคคล หรือบุคคล รวมถึงต้องปรับโทนสีลง 40% และการใช้ภาษา ถ้อยคำให้มีความเหมาะสมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

28 – 29 ตุลาคม 2560

แนวทางการออกอากาศในระหว่างวันที่ 28 – 29 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น (วันออกทุกข์) จะมีการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีสำคัญซึ่งทุกสถานีจะเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท)
ส่วนการออกอากาศรายการของสถานีนอกเหนือจากการเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป) สำหรับเด็ก (ด) รายการทั่วไป (ท) และสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป (น13) โดยไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลกเฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย พร้อมกันนี้ควรสอดแทรกรายการพิเศษที่เกี่ยวกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สำหรับโฆษณาสามารถโฆษณาได้ โดยให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่สามารถออกอากาศได้ นั่นคือ ไม่ควรมีเนื้อหาที่มีลักษณะตลกเฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ และการใช้ถ้อยคำหยาบคาย
ที่มาMAAT

4 วิธี เปิดการขายให้โดนใจ ทำยังไงให้คนอยากซื้อ



4 วิธี เปิดการขายให้โดนใจ ทำยังไงให้คนอยากซื้อ

👉เปิดการขายยังไง เพื่อที่จะปิดการขายให้ได้ ?
คุณเคยคิดมั้ยว่าจะเปิดบทสนทนายังไง ให้ลูกค้าคุยกับเราต่อ
👉ถ้าเปิดการขายแย่ แล้วแม่งจะปิดการขายได้ยังไง เริ่มต้นไม่ดี ก็ จบเห่
👉ฉะนั้น เปิดการขายใครว่าไม่สำคัญ แม่งสำคัญพอ ๆ กับการปิดนั่นแหละ

📌ก่อนจะปิดการขายให้ได้แบบขั้นเทพ คุณต้องเปิดการขายแบบเทพ ๆ ก่อนเพราะการขายออนไลน์ หัวใจหลักสำคัญในการขายเลยคือ “การสื่อ

สาร”มาลองดู 4 เทคนิคเปิดการขายออนไลน์ ปิดยอดขายให้ปังกันจ้า😊

1. Enjoy

ลูกค้าที่เข้ามาสอบถามข้อมูล ล้วนแต่มีความกระหาย มีความอยาก

การตอบอะไรลงไปมันต้องแอคทีฟ สดใส พร้อมให้ข้อมูลแม่งต้องสร้างความประทับใจใน 5 นาทีแรก ด้วยความเป็นกันเองให้ได้ใจที่สุด

“สวัสดีค่า สนใจสินค้าตัวไหนแจ้งได้เลยนะจ้า😊”

คือแม่งได้ใจกว่ากันทักทายแบบเบสิคว่า “สวัสดีค่ะ”เฉยๆ เพราะเวลาลูกค้าตอบกลับมา

มักจะทักทายง่าย ๆ ว่า “สวัสดีค่ะ” เหมือนกัน

การทักทายเนียน ๆ สร้างความคุ้นเคยแต่แรกมันเวิร์คกว่า จะเรียกว่าตีสนิทก็ได้ ขายของให้มันสนุก ชวนคุย นู่นนี่นั่นไปเรื่อย ๆ

ไม่ต้องไปอารมณ์เสียถ้าเค้าจะถามแล้วยังไม่ตัดสินใจซื้อก่อน

จะซื้อหรือไม่ซื้อก็คุยให้สนุกกับทุกคน วันนี้เค้ายังไม่ซื้อแต่ถ้าคุณสร้างความประทับใจให้เค้า วันหน้าเค้าซื้อแน่นอน เผลอ ๆ มีการบอกต่อ พี่น้อง

เพื่อนฝูงอีก

เราทุกคนเป็นแม่ค้า การใช้คำพูดสำคัญที่สุด ถ้าเราพูดจาดีลูกค้าก็ติดตรึม ถ้าพูดจา__ไม่แดก ใครจะมาซื้อ😂เนอะ ถ้านึกไม่ออกว่าลูกค้าอยาก

ได้ยินคำพูดแบบไหน  ให้นึกถึงตัวเองตอนเป็นลูกค้า เราไม่ชอบแบบไหน ลูกค้าก็ไม่ชอบแบบนั้นแหละ😊


2.เปลี่ยนความอยากรู้เป็นอยากรับ

ลูกค้าอยากรู้ว่าสินค้าเรา เจ๋งตรงไหน บางทีไม่มีข้อมูลสินค้าเรามากพอ
ถึงคิวของการโชว์ของ มีอะไรงัดออกมาให้หมด คุณต้องตอบให้ได้ด้วยว่า

ทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าคุณ?

สมมุติว่าคุณขายสบู่ เอาจุดแข็งของสินค้า มายั่วให้อยาก

สบู่ใช้แล้วขาวขึ้นเหรอ ผิวมันวิ้ง มันปิ๊งอย่างไร

รีวิว ทดลองจากผู้เชี่ยวชาญคิดค้นห้องทดลองการันตี 10 ประเทศ

คอมเฟิร์มจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านการทดสอบผิวบอบบางอะไรก็ว่าไป

อันไหนแม่งดีงัดออกมาซะตอนนี้เลย เพราะเลยจุดนี้ไปหาโอกาสไม่ได้แล้ว

ขยี้ให้สุด ๆ ภาพนิ่ง บทความ วิดีโออย่าไปกั๊ก อย่ากลัวว่าลูกค้าจะรำคาญ

เอาให้ถึงขั้น Inbox มาหา แสดงว่าให้ความสนใจระดับหนึ่งล่ะ

คุณต้องเปลี่ยนลูกค้าจากรู้สึกเฉย ๆ เป็นรู้สึกดี ๆ ให้ได้ ยกสินค้ามาเปรียบเทียบ ย้ำนะว่าเปรียบเทียบ ไม่ใช่ไปโจมตี ถ้าคุณมาในเชิงโจมตีปุ๊ป

ความรู้สึกลูกค้าแม่งเป็นลบเลยจะบอกให้ ตรงนี้ต้องค่อนข้างระวังในการใช้คำพูด อาจจะยกสรรพคุณสินค้าของเรา แล้วบอกว่า หลาย ๆ แบรนด์

อาจจะทำแบบนี้ไม่ได้ หรือไม่ได้ดีเท่าของคุณ แบบนี้ก็ได้ อย่าไปบอกว่า อีกแบรนด์ แย่ยังไง ห่วยแตกแค่ไหน แบบนี้ห้ามเด็ดขาด

พูด นำเสนอ ทำให้ลูกค้าเห็นความแตกต่าง กระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าเรา เปิดการขายโดยการฮุกด้วยจุดแข็งไป แล้วการปิดการขายก็จะไม่

ยาก สบาย

เราจะสร้าง demand ลูกค้ายังไงครับ

แรงจูงใจและความมั่นใจค่ะ
ก็บอกแล้วว่าลูกค้าที่ทีกมามีความอยากซื้อซื้อแล้ว
ให้เราเอาสิ่งที่เขาอยากรู้วงมาตอบ
เราต้องเข้าใจและมั่นใจในสินค้าเราก่อน
ขั้นต่อไป ทำให้ลูกค้าอยากซื้อ อยากลอง อยากใช้
โดยการโพท การลงรีวิวให้เขาเห็นอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าเขาตัดสินใจเมื่อรัยเดี๋ยวเขาก็ทักมาจ้า


3.ทำให้ลูกค้าตอบรับตกลงด้วยตัวลูกค้าเอง Continued Affirmation

อันนี้เป็นวิธีการขั้นเทพ เหนื่อยน้อย แต่ต้องมี เทคนิคนิดหน่อย

นำเสนอให้ลูกค้าเลือกคำตอบเอง ด้วยคำถาม

เช่น “สินค้าเรามีหลายอย่าง สนใจตัวไหนค่า? มีให้เลือก 4 อย่างเลยน๊า LB9 LB1 LB.F Chale ต้องการอันไหนจ้า”

หรือ “ต้องการทุกตัวเลยจ้า😊 ฮุกไปเลยจะปิดการขายได้ไว”

ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ ตรง ๆ ก็คือ ตีมึนใส่แม่งเลย จบ
รวบหัว รวบหาง กินเรียบ อย่าให้ลูกค้ามีเวลาคิดเยอะ มีเวลาตัดสินใจนาน


4.นี่เป็นโอกาสสุดท้าย Standing Room Only


อันนี้เป็นการใช้ไม้ตาย แต่คือต้องสุดท้ายจริง ๆ นะ แล้วก็อย่าใช้บ่อยละกัน ใช้บ่อยๆเดี๋ยวลูกค้าแม่งไม่เชื่อถือ

“ตอนนี้เหลือชิ้นนี้ชิ้นเดียวแล้วค่ะ” “เหลืออีกเซ็ตสุดท้าย หมดแล้วหมดเลยนะจ้า”

“สัปดาห์นี้สัปดาห์สุดท้ายของโปรโมชั่นอาทิตย์หน้าขายราคาเดิมแล้วนะคะ”

เทคนิคการขายแบบนี้ เหมือนเป็นการกดดันลูกคือ อารมณ์แบบ แม่งของจะไม่มีแล้วนะ

ราคานี้หาไม่ได้แล้วนะ อยากได้ ก็รีบซื้อ ซื้อวันอื่นแม่งไม่ได้สิทธิพิเศษแบบนี้แล้วนะ

มันเป็นเทคนิคเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น แต่ย้ำอีกครั้งเลย ว่าอย่าใช้บ่อย ลูกค้าจะไม่เชื่อ😂


📌ทั้ง 4 ข้อเป็นเทคนิคการคุยแบบเบสิคที่ปิดการขายได้

ระวังอย่าพลาด อย่าใช้คำพูดที่ลูกค้าฟังแล้วไม่ปลื้ม

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน..”, “เดี๋ยวติดต่อกลับทีหลังนะค่ะ ของหมดค่ะ ไม่มีแล้วค่ะ เดี๋ยวมาตอบนะค่ะ”

ไอ้ประโยคประมาณนี้เป็นประโยคต้องห้ามเลย

เพราะในทางจิตวิทยา ลูกค้ามักให้คะแนนความรวดเร็ว ใส่ใจ

อย่าปล่อยให้ลูกค้ารอนาน หรือคุณแม่งจะกลายเป็นไม่เชี่ยวชาญในสินค้าที่ขาย

ลูกค้ารู้สึกเฟล หมดความเชื่อถือ

กลายเป็นไม่สนใจสินค้า เซย์กู๊ดบาย เซย์โน โบกมือลา


ลองดูนะคะ นักขายก็ไม่ต่างอะไรกับนักรบ มีดาบก็ต้องต้องลับคมจะเจรจาก็ต้องเป็นเตรียมให้พร้อม

กว่าจะผ่านเส้นทาง ภูเขา สายน้ำ จะเจอนักขายที่พร้อมฟาดฟันด้วยกันเองอีก

เทคนิคดีๆ 4 อย่างนี้ลองเอาไปใช้กัน  เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เปิดดีจังหวะดี ได้เปรียบ

ไม่ต้องไปกลัวใคร
มีสติ รู้ทัน รู้จักกลยุทธ์นำมาใช้..
ใครมีทักษะและกลยุทธ์ที่เหนือกว่า
นั่นล่ะ ถึงจะเป็นยอดนักขายตัวจริง!!
จบเทคนิค4ข้อเปิดการขาย😊



10 นิสัย ที่ตัวแทนเงินล้าน มีเหมือนกัน


10 นิสัย ที่ #ตัวแทนเงินล้าน มักมีเหมือนกัน 
(ใครแชร์ขอให้รวย)
.
อันนี้เล่าผ่านประสบการณ์นะครับ
จากที่เคยอยู่งานหลังบ้านมาแล้วมากว่า 2,000 เพจ
.

คือ ADSIDEA ทำงานอยู่เบื้องหลัง(งานด้านการตลาดออนไลน์) มีลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย หลายรายลงโฆษณาวันละ หลาย ๆ พัน บางคนก็ทำโฆษณาวันละเป็นหมื่น ๆ 
.
ผมก็ถามเค้าว่า "ยอดขายเป็นยังไงบ้างครับ ?"
.
ปรากฏคำตอบที่ได้ ... เฮ้ย เค้าเปิดบิลกับเจ้าของแบรนด์เดือนนึงเป็นล้าน ๆ
.
เฮ้ย ผมคิดแล้วว่าไม่ธรรมดาแน่ 
.
ผมก็อยากที่จะเริ่มตามแกะรอยละครับ ก็ได้มีการคุยกับตัวแทนรายนี้มากขึ้น อยากรู้ว่าคนที่เค้าเป็นตัวแทน ไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ทำไมถึงมียอดขายเยอะขนาดนี้ 
.
และผมได้ข้อสรุปแล้วครับ... และก็จะมาเล่าให้ฟังเป็นข้อ ๆ เลย ในโพสต์นี้เลย

สนใจรับคำปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ การเพิ่มยอดขาย

*** #วิเคราะห์เพจฟรี เพียงพิมพ์ลิ้งเพจพร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับไว้ในคอมเม้น ***
.
คลิก -> http://line.me/ti/p/%40adsidea
Line:@adsidea (อย่าลืมพิมพ์ @ ด้วยนะครับ )
website : http://www.adsidea.net/
โทร 0956380499



ผมชมเค้าว่า... "พี่ๆ ขายดีจังเลย ดีใจด้วยนะครับ"

คุยกันไปสักพักใหญ่... พี่แกก็เล่าแบบจัดเต็ม 

คือแกอินกับสินค้ามาก ชนิด ลองมาแล้วเชื่อหมดใจ

ข้อดี ข้อเสีย อย่างไรรู้หมด

บอกสรรพคุณได้หมดจด พร้อมทั้งให้ข้อแนะนำดีมาก
.
สุดท้าย ผมโดนซะงั้นจัดมา 1 กระปุก เฮ้ยบ้าไปแล้ว
.
คือผมพยายามจะบอกว่า... ถ้าเราอินหรือเชื่อในสิ่งไหนครับ

เวลาเราพูดหรือ พรีเซนต์ จะทรงพลังมาก

การเชื่อในสินค้า เป็นตัวเสริมพลังสำคัญของการทำ

การขายโคตรๆ เลยครับ


อันนี้ก็เรื่องสำคัญนะครับ 

ถ้าเรารู้สึกไม่ดีกับใครคงทำงานและสื่อสารกับคนนั้นยาก

เช่นกัน ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีกับเจ้าของแบรนด์คุณจะลำบากใจในการขาย นอกจากขายไม่ดีแล้วยังไม่มีความสุขด้วย

เพราะนึกถึงเจ้าของแบรนด์ที่ไรก็หมดพลัง

จริงแล้วเผมจะบอกว่าพวกเราน่ะ(คนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่) สบายแล้วนะครับ 

ถ้าคิดกำไรต่อหน่วย ได้มากกว่าเจ้าของแบรนด์อีก

รวมทั้งปัญหาร้อยแปดพันเก้าก็ไม่ต้องจัดการเอง

ไม่ต้องสร้างแบรนด์เอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการผลิต

ไม่ต้องหอบเงินที่เป็นล้าน ๆ ไปสต๊อกของรับความเสี่ยงเท่าเค้า(เจ้าของแบรนด์)

จงรู้สึกดีต่อกัน และรักกันครับที่ผมจะบอก

แล้วยอดขายจะออกมาดีต่อใจ


คือลูกค้าคนนี้เค้ามักส่งแคปชั่นที่คิดมาให้ช่วยวิเคราะห์ว่าโอเคแล้วรึยัง
แล้วมาทีมาเป็นชุด แล้วมีบอกด้วย #พี่คิดเองเลยนะ 

(ไอ่เราก็ใจดีดูให้)
ซึ่งหลายอันเจ๋ง มากๆ 

ผมเองยังติดเลยว่าคิดได้ไง

ก็ช่วยปรับแต่ง เพิ่ม ลบ แก้ไขไป

ประเด็นคือ Wording ที่พี่แกคิดมา

โคตรคูลอ่ะ เพราะ เค้าอินกับสินค้าไงครับ

และรู้ปัญหาลูกค้า ว่าลูกค้ามีปัญหา และต้องการอะไร

สุดท้ายถึงจะมีใครก๊อบเค้าก็ไม่สนครับ คิดใหม่ได้ตลอด

เพราะเค้าเข้าใจดี อะไรที่เคยดีพอถูกใช้บ่อยๆ มันก็น่าเบื้อได้เหมือนกัน ใครก๊อบก็ไม่สนไม่ด่า เดินหน้าอย่างเดียว




หลายคนบอกแบรนด์ไม่ทำอย่างโน้น ไม่ทำอย่างนี้ 

ใช่ครับ เจ้าของแบรนด์ก็คน ซึ่งมีตัวแทนหลายคน แน่นอน ไม่สามารถทำให้ถูกใจตามความต้องการของทุกคน

ผมเห็นตัวแทนบางคนทำ Video สินค้าเองเลยนะ 
จ้างกราฟิกทำงานอย่างกับเป็นเจ้าของแบรนด์เอง

แล้วผลลัพธ์ก็คุ้มค่ากับความพยายาม 

บางคน Live สดสร้าง Content เองด้วย เพราะรู้ว่าการ Live สดนี่ลดต้นทุนทางการตลาด และสร้างการมีส่วนร่วมได้เยอะมากๆ

#ตรงนี้แอบขายของก่อน เดี๋ยวผมจะมี Live สดสอนการตลาดออนไลน์ด้วยนะครับ ใครอยากดูเมนต์ใต้โพสนี้ว่าอยากดูนะครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วย


ที่ดูแล้วหลายคนครับ ที่ยอดขายเยอะ 

เพราะเค้า "ใส่ใจ" ลูกค้ามาก แล้วเกิดอะไรขึ้นหละครับ ...ขายดีสิครับ

มีตัวแทนแบรนด์เดียวกัน ขายของเดียวกันเยอะแยะ
ใช่มั้ย

แต่ข้อนี้แหละครับ ที่มันทำให้ลูกค้าไม่ไปซื้อกับตัวแทนคนอื่น หรือเพจอื่น


ทำ R & F (record and follow บันทึกและติดตาม) ให้ดีนะครับ เดี๋ยวนี้ใน Messenger ติด Tag ได้

ความหมายของผมคือ ลูกค้า 

ต้องเก็บข้อมูล เช่น ชื่อ , ที่อยู่ ,อีเมล์ , วันเกิดอะไร ซื้อะไรไปบ้าง ซื้อไปเมื่อไร

เช่น คุณขายยาลดน้ำหนัก

ควรมีบันทึกพวกนี้ไว้เลย ว่า...

3 วันต้องทักไปว่าได้ของหรือยัง

5 วัน ต้องถามแล้วว่าทานแล้วเป็นอย่างไรบ้าง

14 วันต้องถามแล้ว ว่าเริ่มลดแล้วหรือยังค่ะ

25 วัน ต้องสอบถามผลและขายซ้ำได้แล้ว

เห็นมั้ยครับ แต่ละขึ้นตอนรวมกันใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

แต่ได้ยอดขายแน่นอน ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่ ไม่มีต้นทุนทางการตลาด

กำไรเต็มๆ ครับ


พัฒนาตัวเองอยู่เสมอครับ

ผมมักเจอตัวแทนตามงานสัมนา

หรือ แม้กระทั้ง คอร์สของผมเอง

เดี๋ยวนี้การแข่งขันสูงครับ

เราจะใช้ความรู้เท่าเดิม

แข่งกับคนอื่นได้อย่างไร

อย่าลืม คู่แข่งไม่ได้เยอะขึ้นอย่างเดียว

คู่แข่งเก่งขึ้นด้วย ครับ


กล้าลงทุน

กล้าลงทุนในที่นี้ตัวอย่างเช่น

กล้าลงทุนทำสื่อ ทำการตลาด ทำโฆษณา

และที่สำคัญกล้าสต๊อกของด้ว 

ก็เป็นหลักปกติครับ สต๊อกเยอะ ก็กำไรเยอะ

ยกเว้นคนไม่มีทุนจริงๆ หลายแบรนด์เดี๋ยวนี้ผมก็เห็นมีเรทมินิ ลงทุนแค่สองพันบาท หรือ dropship ก็มี


ไม่โจมตีแบรนด์อื่น 

คือไม่มีลูกค้าคนไหนรู้สึกดีเวลาเราโจมตีคนอื่นหรอกครั

ถึงจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม

มันบ่งบอกถึงนิสัย... ไม่ดีเลยครับ อย่าทำเด็ดขาด


สู้ไม่ถอย หลายๆ คนครับ 

ไปเปิดบิลมา พอขายไม่ได้โวยวาย

แปปเดียวท้ออยากเลิกขาย 

สิ่งที่ผมจะฝากไว้คือ ตัวเราเองแหละครับ กำหนดอนาคตตัวเอง

การทำธุรกิจมันมีผิดพลาดบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

สิ่งที่ต้องทำคือ เรียนรู้ ล้มเหลว ปรับปรุง

แล้ว...

ลุยต่อครับ

=============

#ใครแชร์ขอให้รวย )
#แท็คลูกค้าทีมหรือตัวแทนของคุณได้เลยอิอิ

เป็นกำลังใจให้ทุกคน

ทั้งที่เป็นเจ้าของแบรนด์ และตัวแทนจำหน่ายนะครับ

ให้ลุย ลุย ลุย ใครพร้อมจะลุยแล้วยกมือขึ้น

สนใจรับคำปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ การเพิ่มยอดขาย
*** #วิเคราะห์เพจฟรี เพียงพิมพ์ลิ้งเพจพร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับไว้ในคอมเม้น ***
.
คลิก -> http://line.me/ti/p/%40adsidea
Line:@adsidea (อย่าลืมพิมพ์ @ ด้วยนะครับ )
website : http://www.adsidea.net/
โทร 0956380499